การตอบแทนพระคุณแม่ ของลูำกผู้ชาย

ไม่ว่าใครๆก็อยากโชคดี
แต่ว่าความโชคดีของแต่ละคนมักไม่เท่ากัน
บางคนโชคดีมาก เกิดมาพร้อมกับความเพียบพร้อม หล่อ สวย รวย ฉลาด แ็ข็งแรง ไม่เคยเป็นโรค
บางคนโชคดีน้อย เกิดมาอาภัพ ทั้งรูปลักษณ์ สติปัญญา และฐานะ
แต่ไม่ว่าคุณจะเกิดมาเป็นอย่างไร
อย่างน้อยในชีวิต ก็ยังมีคำว่า "โชคดี" อยู่

เป็นความโชคดีที่มีค่ายิ่งแต่ไม่มีใครตระหนักถึงมันนัก
นั่นคือ...
โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์
โชคดีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และที่สำคัญ

หากคุณได้เกิดมาเป็นลูกผู้ชาย

"คุณคือคนที่โชคดีที่สุดในโลก!!"

ความโชคดีนี้ ไม่ใช่สิ่งบังเอิญ หรือเป็นโชคชะตาแต่อย่างใด
แต่ทั้งนี้เนื่องจากบุญเก่าที่สั่งสมมาดีตั้งแต่ภพชาติที่ผ่านมา
ผู้ที่โชคดีคือผู้มีบุญ
บุญที่ประพฤติศีล ๕ อย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่อง
โดยเฉพาะศีลข้อ ๓ กาเมสุ มิจฉาจารา เว้นจากการประพฤติผิดในกาม คือการเสพเมถุนกับหญิง ชายต้องห้าม
หากใครมีกรรมเจ้าชู้ติดตัว ก็จะต้องเกิดมาเป็นสตรี
หรือหากมีกรรมเจ้าชู้มาก ก็จะต้องเกิดในเพศชาย แต่ใจอยากเป็นหญิง หรือเกิดเป็นเพศหญิงแต่ใจอยากเป็นชาย
ไม่มีวันได้เกิดเป็นผู้ชายเด็ดขาด หากไม่มีการสั่งสมบุญบารมีมา
และในความโชคดีนี้ เป็นโอกาสให้คุณได้ตอบแทนพระคุณแม่ อย่างที่ไม่มีใครสามารถทำได้ เป็นประโยชน์แก่ชีวิต และคุณพ่อ คุณแม่อย่างสูงสุด

ดังนั้นผู้ที่ได้เกิดมาเป็นชายจึงควรใช้ความโชคดีนี้ ตอบแทนพระคุณแม่ ที่เลี้ยงดูชีวิตเรามา
วิธีตอบแทนพระคุณแม่

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บวชคนเดียว ไม่ใช่ได้บุญแค่คนเดียว

นอกจากเราจะได้อานิสงส์ผลบุญจากการบวชอย่างเต็มที่ แล้ว บรรพบุรุษ บุพการี หมู่ญาติมิตร ก็จะได้บุญกับเราไป ด้วยอย่างมากมาย พ่อแม่ได้เกาะชายผ้าเหลืองพระลูกชาย ขึ้น สวรรค์ เหมือนที่โบราณว่าไว้ ถือเป็นการตอบแทนคุณ ของพ่อแม่ได้ดีที่สุด ใครทำได้เช่นนี้ ได้ชื่อว่าเป็นลูกยอด กตัญญู เพราะการบวชของเราเป็นเหตุให้ท่านได้มีโอกาส เข้าวัด ทำบุญเลี้ยงพระ ได้รักษา ศีล ได้ฟังธรรม และมี ศรัทธาตั้งมั่นในพระศาสนาสิ่งเหล่านี้คือบุญที่ท่านจะได้รับ ขณะที่ ยังมีชีวิตอยู่ ถือเป็นการตอบแทนที่มีค่ามากกว่า ทรัพย์สินใด ๆ ในโลก ดังเช่นที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า

"บุคคลจะพึงแบกมารดาไว้บนบ่าซ้าย แบกบิดาไว้บนบ่าขวา คอยป้อนข้าวป้อนน้ำ ให้ท่านถ่ายอุจจาระและปัสาวะบนบ่าทั้ง สอง ปฏิบัติดูแลเอาใจใส่ท่านทั้ง สองเป็นอย่างดี แม้มีชีวิตยืนยาวถึง ๑๐๐ ปีก็ตาม ยังไม่ได้ชื่อว่าตอบแทนพระคุณมารดาบิดา อย่างแท้จริง"

แต่ผู้ที่ชักชวนมารดาบิดาที่ยังไม่มีศรัทธา ในพระพุทธศาสนาให้มี ศรัทธา ที่ยังไม่ถึงพร้อมด้วยการให้ทาน ให้ยินดีใน การบริจาค ที่ยังไม่ได้ รักษาศีล ให้รักษาศีล ที่ยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมเจริญ สมาธิ ให้ได้ปฏิบัติธรรม เพื่อให้เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัวให้ได้ ผู้ที่กระทำเช่น นี้ต่างหากจึงจะได้ชื่อว่า

"ตอบแทนพระคุณ ของมารดาบิดาอย่างแท้จริง"

อ่านต่อ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น